การบำรุงรักษาคลองส่งน้ำ

          คลองส่งน้ำของระบบชลประทานทุกแห่ง  สร้างขึ้นเพื่อรับน้ำไปแจกจ่ายให้แก่แปลงเพาะปลูกได้ทั่วถึง  ระบบคลองส่งน้ำของโครงการชลประทานแต่ละแห่งประกอบด้วย  คลองส่งน้ำสายใหญ่  คลองซอย  คลองแยกซอย  และคลองระบายน้ำ  คลองแต่ละสายมีความยาวและอยู่ห่างไกลกันมากทำให้ยากต่อการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดีทั่วถึงกันตลอดทั้งบริเวณเขตโครงการได้  ในการบำรุงรักษาจึงจำเป็นต้องมีช่างรักษาคลอง  และคนงานรักษาคลองจำนวนมาก  แยกย้ายกันไปปฏิบัติประจำตามคลองสายต่าง ๆ

วิธีการบำรุงรักษาคลองส่งน้ำพอสรุปเป็นแนวทางกว้าง ๆ ได้ดังนี้
          1.  คลองส่งน้ำที่เพิ่งขุดใหม่  การส่งน้ำเข้าคลองครั้งแรกต้องระวังให้มากเพราะอาจทำให้เกิดการกัดเซาะ  และเป็นเหตุให้คันคลองขาดพังได้  ตามปกติจะไม่ส่งน้ำให้ถึง  Full Supply  และควรค่อย ๆ เพิ่มความลึกของน้ำในคลองทีละน้อย  ทั้งนี้เพราะคลองที่สร้างเสร็จใหม่ ๆ ตัวคลอง  คันคลองลาดตลิ่งและดินบริเวณอาคารยังไม่แน่นตัว  เมื่อถูกน้ำที่แรงและมีกระแสปั่นป่วน  อาจทำให้เกิดการพัดพาหรือดินยุบตัว  ทำให้คลองเสียหายหรืออาคารเกิดทรุดตัวแตกร้าวได้
          2.  พยายามควบคุมระดับน้ำในคลอง  ไม่ให้สูงขึ้นหรือลดลงเร็วเกินไป  และต้องให้ระดับน้ำในคลองไม่สูงกว่าที่ได้ออกแบบไว้  เพราะน้ำจะไหลล้นคันคลองได้
          3.  ในปัจจุบันยังมีเกษตรกรอีกมากที่ใช้วัว  ควาย  เป็นแรงงานในการเพาะปลูก  การนำสัตว์เหล่านี้ข้ามคลองส่งน้ำไปทำงานหรือไปเลี้ยง  เป็นปัญหาที่ควรได้รับการพิจารณาเหมือนกัน  เพราะถ้าปล่อยให้นำสัตว์ข้ามคลองส่งน้ำได้ตามใจชอบแล้ว  คลองจะพังเสียหายมากในกรณีที่คลองส่วนนั้นเป็นคลองดินในที่สุดก็จะใช้ส่งน้ำไม่ได้  จึงต้องกำหนดสถานที่ให้นำสัตว์ข้ามคลอง  ณ  ตำแหน่งตรงที่ข้ามสัตว์พาหนะนี้  ตามคลองสายใหญ่ถ้าที่ใดมีสะพานให้รถยนต์และเกวียนข้ามก็ใช้สะพานนั้นให้สัตว์เดินข้ามด้วย  แต่สะพานเหล่านี้มีน้อย  ไม่พอให้สัตว์เดินข้ามไปมาได้สะดวก  ถ้าจะสร้างสะพานหลายแห่งก็จะสิ้นเปลืองเงินมากจึงจำเป็นที่ต้องสร้างที่ข้ามสัตว์พาหนะแทนสะพาน
                ที่ข้าสัตว์พาหนะไม่มีสิ่งก่อสร้างมากมายอะไร  เพียงแต่เจาะคันคลองเป็นทางให้สัตว์เดินลงและเดินขึ้น  ช่องที่เจาะเป็นทางเดินของสัตว์ต้องไปชันคือมีลาดประมาณ  1:5  เพื่อให้สัตว์เดินขึ้นและเดินลงได้สะดวก  ใช้ไม้กระดานปูนบนเสาหรือไม้หมอน  ที่วางอยู่ข้างล่างและปูเสมอกับระดับท้องคลองเพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำไหล  ความเป็นจริงแล้วที่ข้ามสัตว์พาหนะใช้ไม่ค่อยได้ผล  เพราะผู้เลี้ยงสัตว์ไม่ชอบใช้  คือ  ไม่นำสัตว์ข้ามให้ตรงที่ปล่อยสัตว์เพ่นพ่านเหยียบย่ำคลองส่งน้ำเสียหายไปหมด
                ดังนั้น  จึงเป็นหน้าที่ของช่างรักษาคลอง  ที่ต้องชี้แจงให้ผู้เลี้ยงสัตว์เข้าใจเหตุผลถึงข้อดีของที่ข้ามสัตว์พาหนะและข้อเสียของการนำสัตว์ข้ามคลองส่งน้ำตามใจชอบ
          4.  ตามแนวโค้งของคลอง  โดยเฉพาะคลองดิน  กระแสน้ำมักกัดเซาะด้านท้องคุ้งเป็นเหตุให้คลองฟังบริเวณดังกล่าวควรป้องกันการกัดเซาะ  ด้วยการเรียงดิน  ทิ้งหิน  หรืออาจลาดคอนกรีตลาดตลิ่งด้านท้องคุ้งเสีย
          5.  ควรควบคุมและป้องกันมิให้มีการเลี้ยงหรือปลูกวัชพืชตามริมฝั่ง  เพราะจะทำให้กีดขวางทางน้ำและทำให้กระแสน้ำไหลช้าลงกว่าที่ได้ออกแบบไว้  อันเป็นเหตุให้มีการตกตะกอนมากขึ้นและทำให้คลองตื้นเขินเร็วกว่าที่ได้กำหนดไว้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขุดคลองมาก
          6.  หมั่นตรวจสอบมิให้มีการสร้างเผือก  กะบังฝายหรือสิ่งก่อสร้างใด ๆ ในทางน้ำเพราะจะทำให้กระแสน้ำไหลช้าลงทำให้เกิดการตกตะกอนมากขึ้น
          7.  ไม่ควรให้มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นบนคันคลอง  เพราะรากของต้นไม้ที่ชอบไชไปตามคันคลองจะช่วยให้น้ำในคลองรั่วไหลออกได้ง่ายขึ้น  และควรตัดต้นหญ้าสูง ๆ บนคันคลองเสีย  เพราะนอกจากจะไม่สวยงามแล้วยังไม่สะดวกต่อการตรวจงานอีกด้วย
          8.  ห้ามไม่ให้ขุดบ่อยืมดิน  ติดคันดินลึกมากจนทำให้ลาดอุทกศาสตร์ชัน  ทำให้น้ำไหลผ่านกัดคันดินได้
          9.  คลองตอนใดที่ชำรุดให้รีบทำการซ่อมแซม  ด้วยการถมดินอัดแน่นตามแบบที่ออกไว้
          10.  เมื่อหมดฤดูกาลส่งน้ำแล้ว  ควรปล่อยน้ำให้แห้งคลอง  เพื่อไล่กรวดทรายและโคลนตมที่อยู่ในคลองและจะต้องทำการหยั่งน้ำในคลองเป็นระยะ ๆ เพื่อทราบว่าคลองตื้นเขินหรือไม่จะได้ทำการขุดลอกเสีย
          11.  ต้องหมั่นคอยตรวจสอบดูแล  มิให้ราษฎรปลูกสร้างอาคารลุกล้ำเขตคลอง

 

<<Back          Home          Next>>